พราว เรียล เอสเตท ปั้น “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน” โครงการที่พักอาศัยระดับลักชัวรี่ที่แรกในไทย

แชร์

พราว เรียล เอสเตท ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบ “More than just living” เปิดตัวโครงการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน (InterContinental Residences Hua Hin)” ครั้งแรกของโครงการที่พักอาศัยระดับลักชัวรี่ภายใต้แบรนด์อินเตอร์คอนติเนนตัลในประเทศไทยบนพื้นที่กว่า 7 ไร่ติดชายหาดผืนสุดท้ายใจกลางเมืองหัวหิน บนถนนเพชรเกษม ช่วงซอยหัวหิน 71 (ตรงข้ามศูนย์การค้า Market Village) ซึ่งถือเป็นสถิติราคาที่ดินสูงสุดของหัวหิน ด้วยราคาที่มากกว่า 150 ล้านบาทต่อไร่ เพื่อมอบประสบการณ์การพักอาศัยที่เหนือระดับพรั่งพร้อมด้วยบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจรแบบโรงแรม ด้วยมาตรฐานระดับโลกในแบบฉบับของอินเตอร์คอนติเนนตัล พร้อมแต่งตั้ง ซีบีอาร์อี บริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับสากล ให้เป็นตัวแทนการขายของโครงการอย่างเป็นทางการ
นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การพัฒนาโครงการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน” เป็นการต่อยอดความร่วมมือกับ อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเทล กรุ๊ป (ไอเอชจี) และยังเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในการพัฒนาโครงการที่พักอาศัย ระดับลักชัวรี่ ภายใต้ แบรนด์อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส ซึ่งเป็นแบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟที่มีเพียงไม่กี่แห่งในมหานครชั้นนำของโลกเท่านั้น เช่น บอสตัน ดูไบ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ล กรุ๊ป มีต่อพราว เรียล เอสเตท และสถานะของหัวหินในการเป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ซึ่งโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน ถือว่าเป็นต้นแบบของการพัฒนาโครงการที่เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย ตามแนวคิด “More than just living”

การออกแบบทุกองค์ประกอบของโครงการมีความพิถีพิถัน ทั้งสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน และภูมิทัศน์โดยนักออกแบบที่ได้รับรางวัลระดับโลก เพื่อให้เป็นไปตามแนวคิดที่ว่าการใช้ชีวิตต้องไม่จบที่เพียงขอบเขตของโครงการ ยังมีการนำเสนอสิทธิพิเศษในการท่องเที่ยวและการใช้ชีวิตผ่านการเป็นสมาชิก “ไอเอชจี รีวอร์ด แพลตทินัม อีลีท เมมเบอร์ชิป” (IHG Rewards Platinum Elite Membership) ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษมากมายในการใช้บริการธุรกิจในเครือไอเอชจี ทั่วโลก อีกทั้งยังมีการสร้างสรรค์เอกสิทธิ์ให้แก่ลูกบ้านในเรื่องของการใช้ชีวิตที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ทุกด้าน ผ่านสิทธิประโยชน์ของ “พราว พริวิเลจ”(Proud Privileges) ซึ่งรวมไปถึงสิทธิ์ในการใช้ 111 Social Club บ้านสไตล์ Colonial เก่าแก่ซึ่งจะอยู่ติดกับโครงการ อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน นำมาปรับปรุงเป็นคลับเฮ้าส์ติดชายหาด ที่จะเป็นศูนย์รวมไลฟ์สไตล์ในรูปแบบใหม่ของเมืองหัวหินซึ่งจะเปิดให้บริการในปีนี้ โดยคาดว่า 111 Social Club จะเป็นสถานที่เช็คอินแห่งใหม่ของหัวหินที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน”

นางสาวเซเรน่า ลิม รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ล กรุ๊ป (ไอเอชจี) ภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี “เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับ พราว เรียล เอสเตท อีกครั้งในการพัฒนาโครงการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนซ์ หัวหิน” เพื่อนำมาตรฐานการให้บริการในระดับสูงสุดเพื่อประสบการณ์ในการพักอาศัยที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ และเติมเต็มการใช้ชีวิตในทุก ๆ วันมาสู่โครงการที่พักอาศัยที่จะกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของความหรูหรา เหนือระดับ ใจกลางหัวหิน สำหรับไอเอชจี การคัดสรรพันธมิตรคือปัจจัยสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จของโครงการ และพราว เรียล เอสเตท มีคุณสมบัติครบถ้วน ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาฯ ชั้นนำที่มุ่งมั่นต่อการสร้างสรรค์คุณภาพในระดับสูงสุด ด้วยผลงานแห่งความสำเร็จที่ผ่านมาจากโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ท และฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท วานา นาวา หัวหิน เราจึงมีความมั่นใจในรากฐานทางธุรกิจอันแข็งแกร่ง และความเชี่ยวชาญของพราว เรียล เอสเตท ในหัวหิน เมืองตากอากาศชั้นนำของไทยมายาวนาน”

นายไพสิฐ แก่นจันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน” พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “A Residence of Legacy” ที่อยู่อาศัยที่เปรียบเสมือนมรดกอันทรงคุณค่า รวบรวมทุกองค์ประกอบที่ดีที่สุดเพื่อมอบประสบการณ์ระดับลักซ์ชัวรี่ที่เป็นมากกว่าการอยู่อาศัย และเชื่อมโยงสมาชิกครอบครัวทุกเจเนอเรชั่นให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นทำเลที่ตั้งที่ดีที่สุดในหัวหิน การออกแบบที่งดงามด้วยคอนเซปต์ ‘Colonial with a Modern Twist’ ที่ผสมผสานกลิ่นอายของหัวหินในสไตล์โคโลเนียล เข้ากับความโมเดิร์นลักชัวรี่ได้อย่างลงตัว สิ่งอำนวยความสะดวกที่พรั่งพร้อม และการบริการมาตรฐานโรงแรมระดับโลก”
ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 3,500 ล้านบาท “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน” มอบคุณภาพชีวิตที่เหนือระดับด้วยพื้นที่เปิด 70% ของโครงการ หรือมากกว่า 7,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยพื้นที่สวน ชายหาดส่วนตัว และ 7 สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก ครอบครัว ผู้สูงอายุ และผู้ต้องการออกกำลังกาย ซึ่งรวมถึงสระจากุซซี่ขอบใสริมหาด ห้องออกกำลังกายที่ซ่อนอยู่ใต้สระว่ายน้ำ (Hidden Gym) ที่มาพร้อมกับห้องสปา อีกทั้งพื้นที่จัดเลี้ยงริมหาด (Beach Pavilion) และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย
โครงการยังมอบความเป็นส่วนตัวอย่างสูงสุดในการอยู่อาศัย ด้วยจำนวนเพียง 238 ยูนิต แต่ละชั้นมี 3-13 ยูนิตเท่านั้น โดยทุกยูนิตมีขนาดและการออกแบบพื้นที่ที่ใช้งานได้จริงหลากหลายแบบเริ่มต้นที่ 45 ตรม. มียูนิต Pool Access ที่สามารถเดินลงสระว่ายน้ำได้ ดูเพล็กซ์สามห้องนอนพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว และเพนท์เฮ้าส์พร้อมวิวทะเล 270 องศา ขนาด 300 ตรม. ส่งมอบพร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบครัน การบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในมาตรฐานของโรงแรมระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นบริการบัตเลอร์และคอนเซียจ บริการดูแลทำความสะอาด บริการซักรีด บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษา เพื่อการพักผ่อนในหัวหินอย่างไร้กังวล
นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี จำกัด กล่าวว่า “ในปี 2019 ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในหัวหินยังมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากตลาดมีความสมดุลในส่วนของ อุปสงค์และอุปทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนโดมิเนียมติดชายทะเลเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง จากการสำรวจพบว่าไม่ได้มีการพัฒนาโครงการติดชายหาดหัวหินมาเป็นเวลากว่า 11 ปีแล้ว เนื่องจากที่ดินในบริเวณดังกล่าวถูกพัฒนาไปเป็นโรงแรมระดับห้าดาวและรีสอร์ทเป็นส่วนใหญ่ ส่งผลให้ 10 ปีที่ผ่านมา มีคอนโดมิเนียมใหม่ติดชายหาด เปิดตัวเพียง 356 ยูนิต ซึ่งมียอดขายไปแล้วกว่าร้อยละ 85 โดยส่วนใหญ่มีจุดประสงค์เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนเพื่อหลบหนีจากความวุ่นวายของกรุงเทพฯ หัวหินมีโครงการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคหลายโครงการ เช่น โครงการ Thailand Riviera โครงการพัฒนาเครือข่ายการคมนาคม ได้แก่ มอเตอร์เวย์ รถไฟรางคู่ และรถไฟความเร็วสูง ทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็วขึ้นยิ่งขึ้น เพิ่มศักยภาพในการรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น ดังนั้นจึงเชื่อว่าการพัฒนาโครงการ InterContinental Residences Hua Hin ซึ่งเป็นโครงการระดับลักซัวรี่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในหัวหินจะตอบโจทย์ลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ทั้งในแง่เป็นบ้านพักตากอากาศและการลงทุนระยะยาวอย่างแน่นอน”
เกี่ยวกับพราว เรียล เอสเตท
บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) เป็น บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (MAI) ภายใต้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เราใส่ใจในการสร้างสรรค์โครงการที่พักอาศัย ที่ยกระดับ “ที่อยู่อาศัย” ให้กลายเป็นประสบการณ์การใช้ชีวิตในภายใต้แนวความคิด “More than just living” อันเป็นการผสมผสานกันระหว่างการพักผ่อนและการบริการระดับรีสอร์ท พร้อมดื่มด่ำไปกับธรรมชาติและความหรูหราของชีวิตยุคใหม่
สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและตอบรับการเข้าร่วมกิจกรรม กรุณาติดต่อ บริษัท โซโห สแควร์ จำกัด
จิตรทิวัส ราชคม (ก็อบ) โทร. 062-6145692 หรือ แพงขวัญ เขมะวิชานุรัตน์ (โอตะ) โทร. 084-676-3666

ข่าวสารอื่นๆ

ดูทั้งหมด >
พราว เรียล เอสเตท ชูวิสัยทัศน์ more than just living กำหนดทิศทางการพัฒนาอสังหาฯ รองรับ 3 เมกะเทรนด์ และNew Normal หลังโควิด-19 กระแสบ้านพักเมืองตากอากาศบูม มั่นใจ ‘อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน’ ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริง แม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) ซึ่งบริหารโดย “พสุ-พราวพุธ ลิปตพัลลภ” ยังคงโดดเด่น และมีเสน่ห์ดึดดูดลูกค้า ด้วยคอนเซ็ปต์ของโครงการที่มีความเฉพาะและแตกต่างจากตลาด (unique) อย่างชัดเจน คุณพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น กระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวของบริษัทอย่างชัดเจน แต่ในส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นของบริษัท เรามีประสบการณ์อันแข็งแกร่งด้าน Hospitality จึงนำองค์ความรู้เหล่านี้มาพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับการใช้ชีวิตแบบรีสอร์ท ด้วยการออกแบบโครงการที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด อยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่ดี ทำให้โครงการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน” ซึ่งเป็นคอนโดสุดหรูริมหาดใจกลางเมืองหัวหิน กลายเป็นโครงการที่น่าจับตามองมากทีเดียว เนื่องจากพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปสู่ New Normal หลายๆคนเริ่มมองหาบ้านหลังที่สอง และเริ่มให้ความสำคัญกับที่อยู่อาศัยมากขึ้น “เราเห็นพฤติกรรมที่คนหนีออกจากกรุงเทพฯ มาอยู่ต่างจังหวัดค่อนข้างมาก ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นว่า ช่วงนี้คนไปหัวหินค่อนข้างเยอะ และคนเห็นความสำคัญของการมีคอนโด เพราะสถานการณ์ที่โรงแรมไม่เปิด คนเริ่มคิดแล้วว่าจำเป็นที่ต้องมีคอนโดอยู่ที่หัวหิน กลุ่มนี้คือ real demand ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าของบริษัท” คุณพราวพุธ กล่าว ด้วยโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ คนมองหาอะไรที่มีความหนาแน่นน้อย อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เห็นได้ชัดจากจำนวนคนที่ตัดสินใจซื้อโครงการ เทียบสัดส่วนจากจำนวนคนที่เข้ามาชมโครงการ จากช่วงก่อนโควิด-19 อยู่ที่ 10-20% แต่ในเดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเป็น 40-50% นั่นคือเกือบครึ่งหนึ่งที่เข้ามาชมโครงการแล้วตัดสินใจซื้อ สะท้อนให้เห็นว่าโครงการสามารถตอบโจทย์ New Normal ได้เป็นอย่างดี “New Normal เป็นการปรับตัวในระยะสั้น ที่สำคัญกว่า New Normal คือ เมกะเทรนด์ จริงๆ เริ่มต้นมาสักพักแล้ว แต่ New Normal เป็นอะไรที่เข้ามาเร่งให้เมกะเทรนด์เหล่านี้เกิดเร็วขึ้น” คุณพราวพุธกล่าว สำหรับ Mega Trend ที่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนจากนี้ คือ 1. สมาร์ทซิตี้ (Smart Cities) การพัฒนาระบบคมนาคมที่จะเกิดขึ้น อาทิ รถไฟความเร็วสูง และโครงการพัฒนาจากภาครัฐ จะทำให้เกิดเมืองหลักใหม่ๆ ในประเทศ ที่ทำให้บ้านหลังที่ 1 ไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรุงเทพฯ อีกต่อไป ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เมื่อบวกกับเทรนด์การทำงาน Work from Home ที่เพิ่มขึ้น ทำให้สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ก็ทำให้การเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคเปลี่ยนไป นอกจากนี้ จารจับจ่ายใช้สอยในประเทศที่มีแนวโน้มลดลงจากโควิด-19 ทำให้รัฐบาลจะมุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ จึงเชื่อว่าในอีก 2-3 ปี จะเห็นการเร่งรัดโครงการต่างๆ ทั้งรถไฟความเร็วสูง การก่อสร้างมอเตอร์เวย์ รวมถึงโครงการที่จะผลักดันการท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งเสริมให้เมืองที่เป็น resort destination ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น 2. สังคมผู้สูงอายุ (Aging society) ปัจจุบันประเทศไทย ถือว่าเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยคาดว่าประชากรที่มีอายุเกิน 60 ปีขี้นไป จะมีมากถึง 20% ภายในปี 2581 หรืออีก 20 ปีข้างหน้า โดยในจำนวนนี้กว่า 35% ยังคงทำงานอยู่ ดังนั้น เมื่อเกิด New Normal มาเป็นแรงผลักดัน ทำให้คนกลุ่มนี้เข้าออฟฟิศน้อยลง มีความต้องการด้านอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น ทั้งความพร้อมของสถานพยาบาลที่ใกล้ตัว เมื่อเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมถึงการดูแลสุขภาพที่ต้องมี Facility และการบริการที่พิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น 3. กลุ่ม Gen X Gen Y ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงพฤติกรรมและความต้องการที่เปลี่ยนไป ใช้ชีวิตในแบบ work life balance มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น คนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อหลักในอีกในอนาคตอีก 5-10 ปีข้างหน้า และกลายเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของธุรกิจต่างๆ ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทาย และเป็นสิ่งสำคัญสำหรับโครงการที่อยู่อาศัย ที่ต้องคำนึงถึงการผสมผสาน ให้ทั้ง 3 กลุ่ม คือ ผู้สูงอายุ กลุ่ม Gen X และ Gen Y ซึ่งมีความต้องการแตกต่างกัน สามารถพักอาศัยอยู่ด้วยกันได้อย่าลงตัว คุณพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากเมกะเทรนด์ที่เกิดขึ้นตอกย้ำว่า อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน เป็นโครงการที่สามารถตอบโจทย์ New Normal หรือ Mega Trend เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นโครงการที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูงสุด การอยู่อาศัยที่ไม่แออัด จากจำนวนห้องทั้งโครงการที่มีเพียง 238 ยูนิต ในพื้นที่ 7 ไร่ครึ่ง โดยมีพื้นที่สีเขียวในโครงการมากกว่า 70% กับตัวห้องที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ จึงสามารถรองรับการใช้ชีวิตที่ต้องอยู่บ้าน 24 ชม.ต่อวันได้ ขณะที่พื้นที่ส่วนกลาง ได้มีการปรับเพื่อรองรับการใช้ชีวิตแบบ New Normal อาทิ บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง, เพิ่มจุดบริการ Wireless Charge & USB Port, เพิ่มพื้นที่ส่วนตัว สำหรับนั่งทำงานนอกสถานที่ทั้งวิวสวนและริมหาด, ระบบการรักษาความปลอดภัยแบบไร้การสัมผัส (Touchless) เช่น ระบบจดจำใบหน้า รวมถึง CCTV ที่สามารถสแกนอุณหภูมิร่างกายได้ จุดเด่นของโครงการอีกอย่างหนึ่ง คือ บริการมารตรฐานจากโรงแรมระดับโลก ที่เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องออกจากบ้าน อาทิ บริการคอนเชียส, บริการ in-room dining service เสิร์ฟอาหารภายในห้องพัก, บริการซื้อสินค้าหรือของสดส่งตรงถึงห้องพัก Grocery service เป็นต้น นอกจากนี้ลูกบ้านของโครงการยังจะได้รับสิทธิพิเศษระดับโลก ผ่านการเป็นสมาชิก IHG Spire Elite membership และสิทธิพิเศษครอบคลุมไลฟ์สไตล์ทุกด้านจาก “พราว พริวิเลจ” (Proud Privileges) “จากเมกะเทรนด์ดังกล่าว เราพบว่าหัวหินสามารถตอบโจทย์ทั้งเรื่องการเดินทางที่สะดวก มีรถไฟความเร็วสูง มีโครงการทำมอเตอร์เวย์ รวมถึงความครบครันของเมืองที่มีทั้งโรงพยาบาล ร้านอาหาร ที่สำคัญที่สุดคือมีชายหาด จึงเชื่อว่าหัวหินจะกลับมาได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว” คุณพสุกล่าว
เพราะเราภูมิใจที่ได้เป็นผู้ให้ บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) นำทีมโดยคุณไพสิฐ แก่นจันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ส่งมอบสิ่งของและอุปกรณ์สำหรับใช้ในการดำรงชีพ ให้แก่ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง บ้านประจวบโชค จังหวัดประจวบคีรีขันธ์