กูรูอสังหาฯ ชี้ New Normal ยกระดับ “หัวหิน” จากเมืองท่องท่องเที่ยว เป็นจุดหมายใหม่ของบ้านพักเพื่อการอยู่อาศัย มองโอกาส ‘ที่พักตากอากาศ – Branded Residence เติบโตสูง

แชร์

จากการสัมมนาออนไลน์ (Webinar) ในหัวข้อ “บ้านหลังที่ 2 ในเมืองตากอากาศ อีกหนึ่งทางเลือกบนสถานการณ์ไม่คาดฝัน” เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2563 โดยผู้เชี่ยวชาญในวงการอสังหาริมทรัพย์ และ Hospitality ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่างๆ พร้อมวิเคราะห์ผลกระทบ และแนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์หลังไวรัสโควิด-19  ซึ่งดำเนินรายการโดยคุณโอภาส ถิรปัญญาเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท พร็อพทูมอร์โรว์ จำกัด

ด้านคุณไพสิฐ แก่นจันทน์ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิโครงการอสังหาริมทรัพย์ของคณะพาณิชยศาสตร์การบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย และเข้าสู่ภาวะปกติ เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะทยอยกลับเข้ามา โดยเฉพาะคนจีน ด้วยเสน่ห์และจุดขายของประเทศไทยที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร คือ ความโอบอ้อมอารี (Hospitality) ที่ทำให้ไทยยังเป็น Destination อันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวจีน รวมถึงนักท่องเที่ยวจากออสเตรเลีย และยุโรป โดยภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมด Branded Residences ถือเป็นข้อได้เปรียบในการพักอาศัย และการลงทุน ลูกค้าจะมั่นใจได้ เพราะการที่ดีเวลลอปเปอร์นำชื่อของเชนมาใช้แน่นอนว่ามันเหมือนเป็นการบังคับให้ทำตามมาตรฐานของเชนนั้นๆ

คุณอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด วิเคราะห์ตลาดหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง กระทบกับธุรกิจ พร้อมกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหม่ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ “ลูกค้าจะให้ความสำคัญกับที่อยู่อาศัยมากขึ้น บ้านหลังที่ 2 จะกลับมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สำคัญ จากเดิมคนมองบ้านหลังที่ 2 ไว้แค่การลงทุน แต่ปัจจุบันคนจะเริ่มมองเพื่ออยู่อาศัยเอง และต้องความเป็นส่วนตัวมากขึ้น เทรนด์ใหม่ๆ ที่น่าจะเกิดขึ้นได้แก่ 1. การให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพ (Health & Wellness) การเลือกที่อยู่อาศัย การรักษาความสะอาด อาหารการกิน และการออกกำลังกาย 2. การรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) คนจะเริ่มอยู่บ้าน และใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น รวมถึงต้องการพื้นที่เพื่อใช้เวลาส่วนตัวมากขึ้น 3 การบริหารความเสี่ยง จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ต้องมีการกักตัว ทำให้คนเริ่มมองหาบ้านหลังที่ 2 หรืออาจจะเป็นที่พักอาศัยหลัก จากสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดซึ่งถ้าจะเปรียบเทียบเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมากับในปัจจุบันที่ต้องมีการกักตัว ก็อาจจะแตกต่าง โรงแรมโดนสั่งปิด เราไม่สามารถไปที่ไหนได้เลย ที่ผ่านมาลูกค้าก็อาจจะยังไม่เห็นความสำคัญของการบ้านหลังที่2 แต่วันนี้คนกลุ่มนั้นก็กลับมาพิจารณาเป็นไอเดียอีกครั้งว่าจะดีไหมถ้าเรามีบ้านอีกหลังหนึ่ง อันนี้คิดว่าจะเป็นเทรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมของผู้บริโภคด้วย และ 4. เทคโนโลยี จะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการใช้ชีวิตมากขึ้น

              ด้านคุณสุมิตรา วงภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์คอนซัลติ้ง จํากัด กล่าวถึงตลาดหัวหิน โดยแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเมืองท่องเที่ยวตากอากาศแห่งนี้ว่า มีโอกาสและข้อได้เปรียบที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่น ถ้ามองย้อนกลับไป หัวหินเป็นเมืองศักยภาพท่องเที่ยวที่มีมาอย่างยาวนาน จะเห็นได้จากตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 หัวหินเป็นแหล่งพักผ่อนของเจ้านาย และเหล่าข้าราชบริพาร ที่มักจะมาตากอากาศเพื่อผ่อนคลายความเครียด มีบ้านพักอยู่ริมทะเล

              “ในปัจจุบันตลาดคอนโดในหัวหินมีอัตราการเติบโตขึ้นเรื่อยๆเฉลี่ย 7% ต่อปี  อีกสถิติที่น่าสนใจ คือ ในปี 2562  ขณะที่เมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจีนที่หดหายทำให้ตลาดซบเซา แต่ยอดขายอสังหาฯ ในหัวหินกลับเติบโตถึง 121% เติบโตเท่าตัวจากปี 2561 หัวหินถือเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ มีกำลังซื้อเป็นอันดับที่ 2 ของไทย เรียกว่าเป็น Mid to High Segment โดยใช้จ่ายต่อคนเฉลี่ย 12,000 บาทต่อคนต่อครั้ง เชื่อว่าหลังโควิด-19 ตลาดอสังหาฯ จะฟื้นกลับมา เมืองท่องเที่ยวจะกลับมาได้เร็ว โดยเฉพาะหัวหิน เพราะมีลูกค้าผสมผสานทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่สำคัญเชื่อว่าวันนี้ ไทยยังเป็นที่อยู่อาศัยชั้นดี ที่ทุกประเทศทั่วโลกมองหา หลังโควิด-19 ตลาดอสังหาฯ จะฟื้นกลับมา เมืองท่องเที่ยวจะกลับมาได้เร็ว โดยเฉพาะหัวหิน เพราะมีลูกค้าผสมผสานทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่สำคัญเชื่อว่าวันนี้ ไทยยังเป็นที่อยู่อาศัยชั้นดี ที่ทุกประเทศทั่วโลกมองหา”

              คุณสุมิตรา ย้ำถึงข้อได้เปรียบของตลาดหัวหินที่แตกต่างจากที่อื่น ทั้งการคมนาคมที่สะดวก ใกล้กับกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางเพียง 2-3 ชม. มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งสวนสนุก สวนน้ำ อุทยานแห่งชาติ พระราชวังและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ มีสภาพแวดล้อมและอากาศดี เพราะไม่ค่อยมีโรงงานอุตสาหกรรมเหมือนตามเมืองใหญ่ๆ

คุณไพสิฐกล่าวปิดท้ายว่า ปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่ถือว่าดีที่สุดในหัวหินในชื่อ “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซสหัวหิน” คอนโดระดับลักชัวรี่ บนทำเลติดชายหาดผืนสุดท้าย ติดกับซอยหัวหิน 71  ซึ่งเป็น Branded Residences โดยร่วมกับ “อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ล กรุ๊ป” (ไอเอชจี) เชน 1 ใน 3 ของโลก และนับเป็นโครงการที่ดีที่สุดของหัวหิน ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ด้วยทำเลใจกลางเมืองหัวหิน ติดชายทะเล รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่เราออกแบบไว้เพื่อที่จะตอบโจทย์การใช้ชีวิตร่วมกันของทุกๆเจเนอเรชั่นในครอบครัว รวมถึงบริการที่ได้มาตรฐานโรงแรมระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น บริการไปซื้อของจากซูเปอร์มาร์เก็ต หรือแม่บ้านที่คอยดูแลห้องพัก “จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ต้องมีการกักตัวนั้น บ้านหลังที่ 2 จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการอยู่อาศัย โดยก่อนที่จะตัดสินใจซื้อโครงการสักหนึ่งโครงการคงต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น ต้องอยู่ได้จริง มีขนาดห้องที่เพียงพอ  มีอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์ อยู่ในทำเลที่สะดวกสบาย มีอากาศที่ดี พื้นที่เปิดต่อสัดส่วนผู้พักอาศัยควรสูงถึง 200 ตรม/คน ซึ่งการที่มีบ้านสักหลังอยู่ริมหาดนั้นได้เปรียบกว่ามาก ในมุมมองการลงทุน มูลค่ามีแต่ขึ้น หากไปดูโครงการเก่าๆ ของหัวหิน หลายโครงการดีๆ ยูนิตดีๆ คนอยากซื้อ แต่ไม่มีซัพพลาย วันนี้ พราว เรียล เอสเตท เข้ามาในตลาด มั่นใจว่าพร้อมจะเป็นหนึ่งในโครงการที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านพักอาศัยในหัวหิน และเห็นได้จากกระแสตอบรับที่ดีที่ช่วยดันยอดขายไปมากกว่า 1,000 ล้านบาท จากการเปิดขายภายในไม่กี่เดือนที่ผ่านมา”  

ข่าวสารอื่นๆ

ดูทั้งหมด >
พราว เรียล เอสเตท ชูวิสัยทัศน์ more than just living กำหนดทิศทางการพัฒนาอสังหาฯ รองรับ 3 เมกะเทรนด์ และNew Normal หลังโควิด-19 กระแสบ้านพักเมืองตากอากาศบูม มั่นใจ ‘อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน’ ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยจริง แม้จะอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) ซึ่งบริหารโดย “พสุ-พราวพุธ ลิปตพัลลภ” ยังคงโดดเด่น และมีเสน่ห์ดึดดูดลูกค้า ด้วยคอนเซ็ปต์ของโครงการที่มีความเฉพาะและแตกต่างจากตลาด (unique) อย่างชัดเจน คุณพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้น กระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวของบริษัทอย่างชัดเจน แต่ในส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดเด่นของบริษัท เรามีประสบการณ์อันแข็งแกร่งด้าน Hospitality จึงนำองค์ความรู้เหล่านี้มาพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับการใช้ชีวิตแบบรีสอร์ท ด้วยการออกแบบโครงการที่ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด อยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่ดี ทำให้โครงการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน” ซึ่งเป็นคอนโดสุดหรูริมหาดใจกลางเมืองหัวหิน กลายเป็นโครงการที่น่าจับตามองมากทีเดียว เนื่องจากพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปสู่ New Normal หลายๆคนเริ่มมองหาบ้านหลังที่สอง และเริ่มให้ความสำคัญกับที่อยู่อาศัยมากขึ้น “เราเห็นพฤติกรรมที่คนหนีออกจากกรุงเทพฯ มาอยู่ต่างจังหวัดค่อนข้างมาก ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นว่า ช่วงนี้คนไปหัวหินค่อนข้างเยอะ และคนเห็นความสำคัญของการมีคอนโด เพราะสถานการณ์ที่โรงแรมไม่เปิด คนเริ่มคิดแล้วว่าจำเป็นที่ต้องมีคอนโดอยู่ที่หัวหิน กลุ่มนี้คือ real demand ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าของบริษัท” คุณพราวพุธ กล่าว ด้วยโครงการอินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในรูปแบบใหม่ คนมองหาอะไรที่มีความหนาแน่นน้อย อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เห็นได้ชัดจากจำนวนคนที่ตัดสินใจซื้อโครงการ เทียบสัดส่วนจากจำนวนคนที่เข้ามาชมโครงการ จากช่วงก่อนโควิด-19 อยู่ที่ 10-20% แต่ในเดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเป็น 40-50% นั่นคือเกือบครึ่งหนึ่งที่เข้ามาชมโครงการแล้วตัดสินใจซื้อ สะท้อนให้เห็นว่าโครงการสามารถตอบโจทย์ New Normal ได้เป็นอย่างดี “New Normal เป็นการปรับตัวในระยะสั้น ที่สำคัญกว่า New Normal คือ เมกะเทรนด์ จริงๆ เริ่มต้นมาสักพักแล้ว แต่ New Normal เป็นอะไรที่เข้ามาเร่งให้เมกะเทรนด์เหล่านี้เกิดเร็วขึ้น” คุณพราวพุธกล่าว สำหรับ Mega Trend ที่จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนจากนี้ คือ 1. สมาร์ทซิตี้ (Smart Cities) การพัฒนาระบบคมนาคมที่จะเกิดขึ้น อาทิ รถไฟความเร็วสูง และโครงการพัฒนาจากภาครัฐ จะทำให้เกิดเมืองหลักใหม่ๆ ในประเทศ ที่ทำให้บ้านหลังที่ 1 ไม่จำเป็นต้องอยู่ในกรุงเทพฯ อีกต่อไป ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ เมื่อบวกกับเทรนด์การทำงาน Work from Home ที่เพิ่มขึ้น ทำให้สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ก็ทำให้การเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคเปลี่ยนไป นอกจากนี้ จารจับจ่ายใช้สอยในประเทศที่มีแนวโน้มลดลงจากโควิด-19 ทำให้รัฐบาลจะมุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ จึงเชื่อว่าในอีก 2-3 ปี จะเห็นการเร่งรัดโครงการต่างๆ ทั้งรถไฟความเร็วสูง การก่อสร้างมอเตอร์เวย์ รวมถึงโครงการที่จะผลักดันการท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งเสริมให้เมืองที่เป็น resort destination ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น 2. สังคมผู้สูงอายุ (Aging society) ปัจจุบันประเทศไทย ถือว่าเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยคาดว่าประชากรที่มีอายุเกิน 60 ปีขี้นไป จะมีมากถึง 20% ภายในปี 2581 หรืออีก 20 ปีข้างหน้า โดยในจำนวนนี้กว่า 35% ยังคงทำงานอยู่ ดังนั้น เมื่อเกิด New Normal มาเป็นแรงผลักดัน ทำให้คนกลุ่มนี้เข้าออฟฟิศน้อยลง มีความต้องการด้านอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น ทั้งความพร้อมของสถานพยาบาลที่ใกล้ตัว เมื่อเวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน รวมถึงการดูแลสุขภาพที่ต้องมี Facility และการบริการที่พิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากขึ้น 3. กลุ่ม Gen X Gen Y ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงพฤติกรรมและความต้องการที่เปลี่ยนไป ใช้ชีวิตในแบบ work life balance มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น คนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อหลักในอีกในอนาคตอีก 5-10 ปีข้างหน้า และกลายเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของธุรกิจต่างๆ ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทาย และเป็นสิ่งสำคัญสำหรับโครงการที่อยู่อาศัย ที่ต้องคำนึงถึงการผสมผสาน ให้ทั้ง 3 กลุ่ม คือ ผู้สูงอายุ กลุ่ม Gen X และ Gen Y ซึ่งมีความต้องการแตกต่างกัน สามารถพักอาศัยอยู่ด้วยกันได้อย่าลงตัว คุณพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากเมกะเทรนด์ที่เกิดขึ้นตอกย้ำว่า อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน เป็นโครงการที่สามารถตอบโจทย์ New Normal หรือ Mega Trend เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นโครงการที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูงสุด การอยู่อาศัยที่ไม่แออัด จากจำนวนห้องทั้งโครงการที่มีเพียง 238 ยูนิต ในพื้นที่ 7 ไร่ครึ่ง โดยมีพื้นที่สีเขียวในโครงการมากกว่า 70% กับตัวห้องที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ จึงสามารถรองรับการใช้ชีวิตที่ต้องอยู่บ้าน 24 ชม.ต่อวันได้ ขณะที่พื้นที่ส่วนกลาง ได้มีการปรับเพื่อรองรับการใช้ชีวิตแบบ New Normal อาทิ บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง, เพิ่มจุดบริการ Wireless Charge & USB Port, เพิ่มพื้นที่ส่วนตัว สำหรับนั่งทำงานนอกสถานที่ทั้งวิวสวนและริมหาด, ระบบการรักษาความปลอดภัยแบบไร้การสัมผัส (Touchless) เช่น ระบบจดจำใบหน้า รวมถึง CCTV ที่สามารถสแกนอุณหภูมิร่างกายได้ จุดเด่นของโครงการอีกอย่างหนึ่ง คือ บริการมารตรฐานจากโรงแรมระดับโลก ที่เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องออกจากบ้าน อาทิ บริการคอนเชียส, บริการ in-room dining service เสิร์ฟอาหารภายในห้องพัก, บริการซื้อสินค้าหรือของสดส่งตรงถึงห้องพัก Grocery service เป็นต้น นอกจากนี้ลูกบ้านของโครงการยังจะได้รับสิทธิพิเศษระดับโลก ผ่านการเป็นสมาชิก IHG Spire Elite membership และสิทธิพิเศษครอบคลุมไลฟ์สไตล์ทุกด้านจาก “พราว พริวิเลจ” (Proud Privileges) “จากเมกะเทรนด์ดังกล่าว เราพบว่าหัวหินสามารถตอบโจทย์ทั้งเรื่องการเดินทางที่สะดวก มีรถไฟความเร็วสูง มีโครงการทำมอเตอร์เวย์ รวมถึงความครบครันของเมืองที่มีทั้งโรงพยาบาล ร้านอาหาร ที่สำคัญที่สุดคือมีชายหาด จึงเชื่อว่าหัวหินจะกลับมาได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว” คุณพสุกล่าว
เพราะเราภูมิใจที่ได้เป็นผู้ให้ บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) นำทีมโดยคุณไพสิฐ แก่นจันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ส่งมอบสิ่งของและอุปกรณ์สำหรับใช้ในการดำรงชีพ ให้แก่ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง บ้านประจวบโชค จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ ประธานกรรมการ บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) ดร.วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม รองประธานกรรมการ ร่วมด้วยนางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร นายพสุ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร และนายไพสิฐ แก่นจันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ร่วมทำพิธีลงเสาเข็มก่อสร้างโครงการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล เรสซิเดนเซส หัวหิน” เมื่อเร็วๆนี้ บนพื้นที่กว่า 7 ไร่ ทำเลศักยภาพใจกลางเมืองหัวหิน ติดกับซอยหัวหิน 71 ภายใต้มูลค่าโครงการกว่า 3,500 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันสามารถทำยอดขายได้กว่า 1000 ล้านบาท โดยพราว เรียล เอสเตทได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอันเนื่องมาจากการระบาดของไวรัสโควิด19 ภายในเขตพื้นที่ก่อสร้าง รวมถึงเดินหน้าต่อยอดสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการเพื่อรองรับการใช้ชีวิตแบบการรักษาระยะห่างสังคม (Social Distancing)